Archive for October, 2010

สถานที่ท่องเที่ยว::อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร::

Sunday, October 31st, 2010
สถานที่ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอน้ำยืน กิ่งอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี และบางส่วนของอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 81,250 ไร่ หรือ 130 ตารางกิโลเมตร โดยอุทยานฯนี้มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชาทางด้านทิศใต้ บันไดทางขึ้นสู่ตัวปราสาทอยู่บริเวณผามออีแดง ท้องที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและเนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 -500 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสายต่างๆหลายสายเช่น ห้วยตามาเรีย ห้วยตานี ห้วยตาเงิด ห้วยตุง และห้วยบอน เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยว

สภาพป่าบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวเป็นป่าเบญจพรรณที่มีพันธุ์ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจเช่น ไม้ประดู่ ไม้มะค่าโมง ไม้แดง ไม้ชิงชันไม้ตะแบก ไม้มะเกลือ งิ้วป่า ฯลฯ โดยเฉพาะป่าบริเวณเขาพระวิหารฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก พื้นที่บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ที่ห้ามผู้คนเข้าไปอยู่อาศัยโดยเด็ดขาด บริเวณเขตป่าแห่งนี้มีบรรดาสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุมมาก และมีสภาพภูมิทัศน์โดยรอบที่สวยงาม ตลอดจนยังเป็นที่ตั้งสำคัญของโบราณสถานที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อย่าง ปราสาทเขาพระวิหาร อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว

จุดชมวิวของสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายจุด เช่น จุดชมวิวผามออีแดง ที่สามารถชมทัศนียภาพทิวเขาพนมดงรัก แผ่นดินเขมรต่ำ ได้อย่างชัดเจน และนักท่องเที่ยวยังสามารถชมภาพสลักหินนูนต่ำรูปคล้ายนางอัปสรา 3 องค์ ที่เป็นศิลปะเขมรโดยภาพสลักหินนูนต่ำนี้มีอายุร่วมสมัยเดียวกับปราสาทเขาพระวิหารคืออยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 ภาพสลักหินนูนต่ำนี้ถือเป็นรุปสลักซึ่งมีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวหน้าผาช่องโดย จุดชมวิวภูเซี่่ยงหม้อ ที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะเข้าไปเพื่อใช้เป็นจุดชมวิวและบันทึกภาพทิวทัศน์สวยๆบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวไว้เป็นที่ระลึกได้

สถานที่ท่องเที่ยวแก่งสะพือ@อุบลราชธานี

Saturday, October 30th, 2010
สถานที่ท่องเที่ยว

คำว่า สะพือ เพี้ยนมาจากคำว่า ซำพืด หรือ ซำปื้ด ในภาษาส่วยที่แปลว่า งูใหญ่หรืองูเหลือม สถานที่ท่องเที่ยวแก่งสะพือนี้ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วไปว่าเป็นแก่งที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี แก่งสะพือเป็นแก่งที่อยู่ในลำน้ำมูล เขตอำเภอพิบูลมังสาหาร ประกอบไปด้วยหมู่หินน้อยใหญ่ที่สลับซับซ้อน กระแสน้ำที่ไหลผ่านบริเวณแก่งนี้มีความรุนแรงเกิดเป็นฟองน้ำสีขาวแตกกระจายเสียงดังตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงโปรดสถานที่ท่องเที่ยวแก่งสะพือนี้เป็นอันมาก ทรงเสด็จมาชมแก่งแห่งนี้ถึงสองครั้งสองครา และทั้งสองพระองค์ยังลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับพสกนิกรชาวอำเภอพิบูลมังสาหารอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว

บริเวณริมแก่งจะมีศาลาพักร้อนสำหรับให้บรรดานักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์บริเวณสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงที่เหมาะสำหรับมาท่องเที่ยวคือช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เนื่องจากช่วงนี้ลำน้ำมูลจะลดปริมาณลงทำให้แก่งหินโผล่ขึ้นมาจากลำน้ำ และสามารถมองเห็นแก่งหินได้อย่างชัดเจนสวยงาม ส่วนหน้าฝนนั้นน้ำจะมากไม่สามารถมองเห็นแก่งได้ ในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวจะแออัดยัดเยียดไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อนและเล่นน้ำ โดยหลังจากลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานแล้ว ก่อนกลับบ้านยังสามารถซื้อสินค้าพื้นเมืองหลากหลายชนิดที่มีขายอยู่ใกล้เคียงสถานที่ท่องเที่ยวกลับไปฝากญาติมิตรทางบ้านได้ นอกจากนี้ในช่วงสงกรานต์ของทุกปีทางเทศบาลอำเภอพิบูลมังสาหารจะมีการจัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยไว้ และแน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลั่งไหลกันเข้ามายังสถานที่ท่องเที่ยวแก่งสะพือนี้

เยี่ยมบ้านโฮจิมินห์ ณ.สถานที่ท่องเที่ยวบ้านนาจอก

Saturday, October 30th, 2010
สถานที่ท่องเที่ยว

โฮจิมินห์ คือชื่อของอดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่ได้เคยหลบลี้หนีภัยทางการเมืองมาพักพิงอยู่ในประเทศไทยที่บ้านนาจอก หรือมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อเช่น บ้านใหม่ บ้านลัก หรือบ้านต้นผึ้ง ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ในทุกวันนี้กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจและต้องการเข้ามาสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวอันเคยเป็นแหล่งพำนักของอดีตบุคคลสำคัญทางการเมืองระดับประเทศของเวียดนาม

สถานที่ท่องเที่ยว

ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนาจอกนี้เป็นระยะเวลายาวนานถึง 7 ปี โดยใช้พื้นที่บ้านนาจอกเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและวางแผนในการกอบกู้เอกราชของเวียดนามจากประเทศฝรั่งเศส บ้านโฮจิมินห์มีลักษณะเป็นบ้านสวนแบบโบราณชั้นเดียว หลังบ้านมียุ้งข้าว บริเวณรอบบ้านมีความร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยมากมายที่ปลูกโดยท่านโฮจิมินห์ เช่น ต้นมะพร้าว ต้นมะเฟือง ปัจจุบันมีการจัดทำพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย – เวียดนาม โดยเป็นโครงการความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและเวียดนาม และมีการจำลองบ้านโฮจิมินห์ขึ้นใหม่ให้มีลักษณะและขนาดเดียวกันกับของเดิมทุกประการ

สถานที่ท่องเที่ยว

ภายในสถานที่ท่องเที่ยวบ้านโฮจิมินห์มีการรักษาสภาพบรรยากาศ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้เหมือนเมื่อครั้งที่อดีตผู้นำของเวียดนามเคยพักอาศัยอยู่ โดยภายในบ้านมีเพียงเตียงไม้ ชั้นวางของ โต๊ะ เก้าอี้ยาว และมีการแสดงประวัติของท่านบนผนังเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้อ่าน นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นครึ่งตัวของท่านแสดงไว้ภายในสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย ในแต่ละปีจะมีบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวเวียดนามจำนวนมาก ที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์หมุ่บ้านมิตรภาพไทย – เวียดนามแห่งนี้เพราะอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์นั้นถือเป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญของชาวเวียดนามทั้งหลาย การเข้ามาท่องเที่ยวของชาวเวียดนามจึงถือเป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมไปในตัว